ภาษาไทย | English
เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก บทความ


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 02/05/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 28/10/2557
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 168


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (168)
พลตำรวจโท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล
ขุนพันธรักษ์ราชเดช
จตุคามรามเทพ
คาถาบูชา องค์พ่อจตุคามรามเทพ
จุดพิจารณา "เก๊ - แท้" จตุคามฯบางรุ่น
ของเก่า(Antique) / เครื่องลายคราม(Porcelain)
เหรียญ พระพุทธ /พระกริ่ง /เกจิอาจารย์, รูปหล่อเกจิ
พระบูชา
พระเครื่อง
เหรียญ/พระเครื่อง/รูปหล่อรัชกาลที่ 5, รัชการที่ 9



สินค้า/บริการ แนะนํา...
พระพุทธสิหิงค์ รุ่น "มหาจักรพรรดิ" นามปีศรีธรรมราช ปีวอก
ราคา 800.00 บ.
พระพุทธสิหิงค์ รุ่น "มหาจักรพรรดิ" นามปีศรีธรรมราช ปีกุล
ราคา 800.00 บ.
เหรียญอาจารย์ทอง วัดเขาเป้าเจ้ พัทลุง
ราคา 1,200.00 บ.
เหรียญบาท สมัยรัชการที่ 5
ราคา 800.00 บ.
ดวงตราสุริยัน-จันทรา-ราหูจร รุ่นมั่งมีศรีสุข
ราคา 8,000.00 บ.
เจ้าสัวยุค 8 เนื้อก้นครกลายเสือ
ราคา 400.00 บ.
พระผง สุริยัน รุ่น 2  เนื้อขาว
ราคา 1,800.00 บ.
โคตรเศรษฐีมีกำไร เนื้อมหาว่าน 108 ปี+ลูกแถม 1 ลูก ขนาด3.0 ซม
ราคา 400.00 บ.
ปาฏิหาริย์ ราชันดำ เนื้อกระเบื้องเคลือบเขียว
ราคา 1,200.00 บ.
มหามงคล พระทันตธาตุ 84000 องค์ที่ 2
ราคา 3,200.00 บ.
พระผงปิดตาพังพระกาฬ พิมพ์เล็ก วัดพุทไธศวรรย์ องค์ที่ 2
ราคา 1,500.00 บ.
ขวดยานัตถุ์ เคลือบเขียว ขวดที่ 1
โทรสอบถาม / please inquire
ชาม กระเบื้องเคลือบ
โทรสอบถาม / please inquire
 

บริการของร้านค้า
วิธีการชําระเงิน

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ



แบบสอบถามออนไลน์
ท่านชอบสะสมประเภทใด
พระใหม่
พระเก่า
พระกรุ
พระเนื้อดิน
พระเนื้อชิน
พระเนื้อผง
พระเกจิ
จตุคามรามเทพ
ตระกรุด
เครื่องราง ของขลัง



images by free.in.th
บทความ
เปิดของขลัง พระอาจารย์ศรีเงิน (อ่าน 3405/ตอบ 0)


ความเข้มขลังของการจัดสร้างวัตถุมงคลตามตำรับสำนักวัดเขาอ้อเป็นอย่างไร คงเห็นได้จากกระบวนการสร้างวัตถุมงคลชุด "นะมหามงคล" ของพระครูสิริวัฒนากร (ศรีเงิน อาภาธโร) หรือที่รู้จักกันในนาม "พระอาจารย์ศรีเงิน" ประกอบด้วย พระปิดตา แหวนพิรอด พระสมเด็จ และพระกริ่ง

วัตถุมงคลที่จัดสร้างเมื่อปีพ.ศ.2524 เพื่อหาทุนทรัพย์ในการสร้างเมรุและกำแพงวัด นับเป็นครั้งแรกที่พระอาจารย์ศรีเงิน อนุญาตให้ลูกศิษย์สร้างวัตถุมงคลขึ้นมา หากต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ได้ตั้งไว้สำหรับการสร้างวัตถุมงคลครั้งนี้ว่า

- เนื้อพระ ให้เป็นเนื้อนวโลหะตามสูตรของสำนักวัดเขาอ้อ

- การหล่อ ให้หล่อเบ้าดินแบบโบราณทั้งหมด

- แผ่นยันต์ชนวนทุกแผ่น จะต้องผสมในเนื้อทั้งหมด

- ต้องมีอาจารย์หรือศิษย์ของอาจารย์ที่ได้รับมอบหมายควบคุมไปตามขั้นตอน และต้องทำภายใน กำหนดฤกษ์เท่านั้น ถ้าไม่ทันฤกษ์ต้องหาฤกษ์ใหม่



- ห้ามผู้หญิงเกี่ยวข้องพิธี นับแต่ปั้นหุ่นทำเบ้า จนเสร็จสิ้นพิธีการหล่อ และตัดชนวน ผู้หญิงจะเข้าในบริเวณพิธีหล่อ หรือแตะต้องพระไม่ได้ จนกว่าพิธีปลุกเสกพระใหญ่จะผ่านพ้นไปแล้ว

จากนี้จึงจะเห็นว่า การดำเนินการจัดสร้างวัตถุมงคลในครั้งนี้มากมายขั้นตอนยิ่ง และมิเพียงเฉพาะเงื่อนไขในการดำเนินการข้างต้นเท่านั้น แต่ตลอดระยะเวลาถึง 3 เดือนที่พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ต้องเรียกศิษย์ที่ดำเนินการสร้างวัตถุมงคลนี้มาอบรม แนะนำพิธีการต่างๆ พระคาถาหลายบท ทั้งนี้ เพื่อกันความผิดพลาดอันจะเกิดขึ้นได้

และในระหว่างระยะเวลา 3 เดือน พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ได้ลงแผ่นยันต์ต่างๆ และนะต่างๆ เพื่อเป็นชนวนในการหล่อวัตถุมงคลตามสูตรของสำนักวัดเขาอ้อ พรั่งพร้อมด้วยชนวนต่างๆ อันนอกเหนือจากนวโลหะ ที่ประกอบด้วยโลหะ 9 ชนิด คือ ทองคำ เงิน ทองแดง พลวง สังกะสี ดีบุก เหล็กละลายตัว เจ้าน้ำเงิน บริสุทธิ์

ชนวนต่างๆ ที่ได้นำมาหลอมรวมกับโลหะ แผ่นนะ แผ่นยันต์ ประกอบด้วย โลหะจากบ้านเชียง ตะกรุดทองคำของพระอาจารย์เขาอ้อรูปก่อนๆ

ส่วนแผ่นยันต์นะ และแผ่นยันต์ที่พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ได้ลงไว้บนแผ่นทองคำ เงิน ทองแดง นาก เพื่อหลอมรวมเป็นเนื้อโลหะสร้างวัตถุมงคลนี้ ประกอบแผ่นนะ 29 นะ แผ่นยันต์ 108 ดวง คือ

นะสะท้านแผ่นดินไหว, นะบังสมุทร, นะมหามงคล, นะทน, นะปิด, นะกำจัด, นะบังเมฆา, นะนาคบาศก์, นะกำจาย, นะวชิราวุธ, นะปรีชาทุกทิศ, นะครอบจักรวาล, นะบังไตรภพ, นะปิดอากาศ, นะล้อม, นะทรงแผ่นดิน, นะระงับ, นะเมตตา, นะมหาอำนาจ, นะศรี, นะอะระหัง, นะทรงธรณี, นะเกราะเพชร, นะมหาอุด, นะศัตรูมิเห็น, นะห้ามภัย, นะมหานิยม, นะพระเจ้าห้ามทุกข์

ส่วนยันต์นั้นประกอบด้วย ยันต์พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ จำนวน 24 ดวง, ยันต์พระนวภา จำนวน 25 ดวง, ยันต์พระเจ้าจักรสิริโลก จำนวน 9 ดวง, ยันต์พรพุทธคุณ จำนวน 7 ดวง, ยันต์พระภควัมบดี จำนวน 5 ดวง, ยันต์พระปทุมจักร จำนวน 5 ดวง, ยันต์พระนรา จำนวน 4 ดวง, ยันต์พระองครักษ์ จำนวน 4 ดวง, ยันต์ปถมังพระเจ้า 5 พระองค์ จำนวน 5 ดวง, ยันต์พระบารมี 30 ทัศ จำนวน 2 ดวง, ยันต์พระไตรสรณาคมน์ จำนวน 3 ดวง, ยันต์สุกิตติมา จำนวน 2 ดวง, ยันต์พระจตุราริยสัจ จำนวน 2 ดวง, ยันต์โสฬสมงคล จำนวน 1 ดวง, ยันต์นวโลกุตรธรรม จำนวน 1 ดวง, ยันต์มงกุฎพระเจ้า จำนวน 1 ดวง, ยันต์จตุโร จำนวน 1 ดวง, ยันต์พระรัตนตรัย จำนวน 1 ดวง, ยันต์ฆะเฏสิ จำนวน 1 ดวง, ยันต์พระชฎามหาพรหม จำนวน 1 ดวง


ความยุ่งยากของการดำเนินการสร้างวัตถุมงคลในครั้งนี้ ก็เพื่อความเข้มขลังของวัตถุมงคล ดังจะกล่าวได้ว่า มีขั้นตอนการดำเนินการจัดสร้างที่ดีเยี่ยมในพิธีการ และด้วยความต้องการให้วัตถุมงคลเปี่ยมด้วยการสร้างที่ดี ทำให้คณะศิษย์ที่ดำเนินการจัดสร้างต้องหาโรงงานหล่อด้วยความยากลำบาก ทว่าในที่สุดก็ได้โรงหล่อหนองแขมของนายช่างสุเทพ สุนทรประธาน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลลำพะยา หมู่ที่ 4 จังหวัดนครปฐม ดำเนินการสร้างพระปิดตานะมหามงคล และแหวนพิรอด ตามเงื่อนไขขั้นตอนที่พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ตั้งไว้

นายช่างได้ดำเนินการปั้นหุ่นแบบพระปิดตา และแหวนพิรอดตามแบบแก้ไขดัดแปลงจนเป็นที่พอใจของคณะศิษย์พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร จึงได้ดำเนินการปั้นหุ่นเทียนขี้ผึ้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2524 โดยปั้นหุ่นพระปิดตาพิมพ์ใหญ่ 1,000 องค์ พระปิดตาพิมพ์เล็ก 1,031 องค์ แหวนพิรอด 524 วง จนหุ่นขี้ผึ้งแล้วเสร็จในวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2524



ในระหว่างการปั้นหุ่นขี้ผึ้งจนบรรจุเบ้าเป็นองค์พระ และแหวนพิรอดนั้น ศิษย์ของพระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ซึ่งไปควบคุมด้วยตนเองนอกเหนือไปจากการช่วยในการปั้นหุ่นแล้ว ยังเป็นผู้ไปซื้อกับข้าวไปจากตลาดนครปฐม และลงมือปรุงอาหารให้ช่างอื่นๆ รับประทานโดยมิได้ให้ภรรยานายช่างเข้าช่วยแต่ประการใด ตามเงื่อนไขที่พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ได้ตั้งไว้

วันที่ 17-20 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 เริ่มเผาเบ้าหุ่นขี้ผึ้งจนเสร็จเรียบร้อย

แต่อุปสรรคของการดำเนินการสร้างยังไม่จบสิ้นเพียงเท่านั้นหรอก ด้วยฤกษ์บรรจุลงเบ้าเพียง 4 นาทีเท่านั้น ซึ่งได้กำหนดไว้ในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 เวลา 04.20-04.24 น. สถานที่หล่อตั้งอยู่กลางแจ้ง แต่ในวันนั้นฝนเริ่มตกตั้งแต่บ่าย 3 จน 3 ทุ่มแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ที่สุดคณะศิษย์ต้องจุดธูปอธิษฐานพระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ และพระอาจารย์เอียด วัดดอนศาลา ขอให้ฝนหยุดตกตั้งแต่เที่ยงคืน ด้วยช้าไปจะหล่อโลหะกันไม่ทัน ครั้นถึงเวลา 24.00 น. ฝนก็หยุดตก ช่างเริ่มจุดไฟหลอมโลหะและแผ่นชนวน


ระหว่างการหลอมโลหะก็ปรากฏอัศจรรย์ขึ้น ตะกรุดทองคำและแผ่นยันต์ของพระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ไม่หลอมละลาย ทั้งที่โลหะอื่นนั้นหลอมละลายหมดแล้ว เมื่อเอาเหล็กมากดแผ่นยันต์ให้จมลง พอยกเหล็กขึ้นแผ่นยันต์ก็ลอยขึ้นมาอีก นายช่างก็ชักเริ่มตกใจด้วยใกล้ฤกษ์ที่กำหนดไว้แล้ว ช่างทั้ง 3 จึงได้จุดธูปเทียนขอขมาอาจารย์ แล้วบนบานที่จะสร้างพระพุทธรูปสุโขทัยถวาย 1 องค์ ปรากฏว่าแผ่นชนวนและตะกรุดทองคำหลอมละลายหมดทันฤกษ์พอดี

เป็นที่โล่งใจของช่าง ด้วยไม่ทันฤกษ์ก็ต้องเตรียมการใหม่หมด

แต่มีเรื่องประหลาดที่ว่า มีพระปิดตาองค์ใหญ่องค์หนึ่ง ไม่มีแกนชนวนติดหลุดออกมาเลยตอนทุบเบ้า และเมื่อช่างเริ่มตัดชนวนทีละองค์ ได้เริ่มต้นพระปิดตาพิมพ์เล็กเป็นองค์แรก หลุดจากแกนชนวนหล่นตกพื้น ต่างคนต่างมองเห็นองค์พระตั้งอยู่บนพื้น แต่เมื่อเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา องค์พระปิดตาหายไปเสียแล้ว

วัตถุมงคลที่ได้ดำเนินการสร้างในครั้งนั้นเป็นพระปิดตา 2 ขนาด คือ พิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็ก และแหวนพิรอด สำหรับแหวนพิรอดนั้นได้หล่อกันในวันรุ่งขึ้นจากการหล่อพระปิดตาแล้ว โดยใช้ชนวนที่เหลือจากการสร้างพระปิดตาผสมเนื้อปืนใหญ่โบราณ และแผ่นยันต์เพิ่มอีก 3 แผ่น เพื่อบรรจุลงในเนื้อโลหะสร้างแหวนพิรอดโดยเฉพาะ

หล่อต่อเนื่องกับพระปิดตา เพียงแต่ราไฟไว้ไม่ให้ดับ ปรากฏว่าเบ้าระเบิดไปบางส่วน ได้แหวนพิรอดสมบูรณ์เพียง 400 วง เท่านั้น


กล่าวสำหรับพระปิดตา เป็นรูปหล่อลอยองค์นั่งขัดสมาธิราบ องค์พระชะลูด พระหัตถ์ปิดพระพักตร์คู่เดียว ช่วงพระพาหา (แขน) ยาว มีรายละเอียดนิ้วพระหัตถ์แยกเห็นอย่างชัดเจน ช่วงพระพาหา (แขน) พระชานุ (เข่า) พระชงฆ์ (แข้ง) พระอังสกุฏ (ไหล่) และพระปฤษฎางค์ (หลัง) องค์พระจะปาดเป็นเหลี่ยม

ส่วนของพระนาภี (สะดือ) ลบสูญ

ด้านหลัง มีอักขระ "นะมหามงคล" ซึ่งเป็น "นะ" ที่พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร กล่าวว่า ท่านอาจารย์ทองมานิมิตแนะนำให้ใช้

พระปิดตาพิมพ์ใหญ่ มีขนาดหน้าตักกว้าง 1.2 เซนติเมตร สูง 2.2 เซนติเมตร ส่วนพิมพ์เล็กมีขนาดย่อมลงมาเล็กน้อย

เนื้อหาของพระปิดตาโดยมากจะกลับดำ มีเพียงเล็กน้อยที่มีเนื้อทองคำเจือไม่กลับดำ หรือทองคำติดช่วงพระอังสกุฏ (ไหล่) ก็มี ชนิดที่มีทองคำสุกปลั่งไปทั่วองค์ก็มี

เป็นพระเทหล่อตัดชนวนใต้ฐาน ดังนั้นใต้ฐานจะมีรอยตะไบชนวนทุกองค์

พระปิดตามหามงคลและแหวนพิรอด ได้เข้าพิธีปลุกเสกครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2524 ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 15 ค่ำ เวลา 19.29 น. ณ อุโบสถ วัดดอนศาลา โดยพระเกจิอาจารย์สายสำนักวัดเขาอ้อ มีพระครูกาชาด (บุญทอง) วัดดอนศาลา เป็นประธานในพิธี

เสร็จพิธีแล้ว พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ได้เก็บไว้ในกุฏิปลุกเสกเดี่ยวจนถึงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2524 จึงได้นำไปปลุกเสกใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตามในการสร้างวัตถุมงคลครั้งนั้น ยังมีชนวนที่เหลืออยู่จากการสร้างพระปิดตาและแหวนพิรอด จึงได้สร้างวัตถุมงคลอีก คือ พระสมเด็จ และพระกริ่งนะมหามงคล

พระสมเด็จที่สร้างขึ้นมีลักษณะคล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม หากแต่เป็นเนื้อโลหะเทหล่อ ด้านหลังช่วงบนมีอักขระว่า "นะอะระหัง" ด้านล่างเป็นอักษรว่า "วัดดอนศาลา" เข้าชนวนบริเวณใต้ฐาน จึงปรากฏรอยตัดชนวนและการตะไบตกแต่งเรียบร้อย

ส่วนพระกริ่งนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับพระกริ่งบาเก็ง ส่วนบริเวณฐานด้านหลังปรากฏอักขระหล่อจมลงในเนื้อว่า "นะมหามงคล"

ซึ่งได้เข้าพิธีพร้อมกับพระปิดตาและแหวนพิรอด มีพระเกจิอาจารย์ที่ปลุกเสก ประกอบด้วย

1. พระครูกาชาด (บุญทอง) วัดดอนศาลา จังหวัดพัทลุง

2. พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร วัดดอนศาลา จังหวัดพัทลุง

3. พ่อท่านคล้อย วัดภูเขาทอง จังหวัดพัทลุง

4. พระอาจารย์แก้ว วัดโคกโดน จังหวัดพัทลุง

5. พ่อท่านหมุน วัดเขาแดงตะวันออก จังหวัดพัทลุง

6. พระอาจารย์เล็ก วัดประดู่เรียง จังหวัดพัทลุง

7. พระอาจารย์จับ วัดท่าลิพงศ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช

8. พระอาจารย์หนูจันทร์ วัดพัทธสีมา จังหวัดนครศรีธรรมราช

9. พระอาจารย์ทอง พระธุดงค์มาจากจังหวัดสงขลา

ในปี พ.ศ. 2525 พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ยังได้สร้างวัตถุมงคลขึ้นมา เป็นวัตถุมงคลชุดมหามงคล โดยได้ประกอบพิธีเททองเองเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 และปลุกเสกในวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2525 วัตถุมงคลประกอบด้วย

1. พระรูปเหมือนขนาดบูชาพระอาจารย์ทองเฒ่า หน้าตัก 5 นิ้ว 2. เหรียญหล่อพระอาจารย์ทองเฒ่า 3. พระสมเด็จมหามงคลพิมพ์เล็ก 4. พระสังกัจจายน์ลอยองค์

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ยังได้สร้างพระกริ่งศรีเพชรรัตน์มหามงคลขึ้น โดยมีพิธีการอันรัดกุมและถูกต้องตามตำรับสำนักวัดเขาอ้อ องค์พระกริ่งถอด พิมพ์มาจากพระกริ่งจีน (ของนอก) โดยนายช่างสุเทพ สนุทรประธาน

ได้เททองหล่อ ณ วัดดอนศาลา เมื่อเวลา 06.10-22.39 น. หน้ามณฑปรูปเหมือนพระครูสิทธยาภิรัต (เอียด ปทุมสโร) จำนวนสร้าง 309 องค์

เนื้อโลหะที่ใช้ในการสร้าง เป็นชนวนโลหะที่เหลือจากการสร้างวัตถุมงคลชุดมหามงคล หากยังได้ผสมแผ่นทองลงจารอักขระของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วประเทศ และแผ่นจารอักขระอีก 108 แผ่น แผ่นจารนะ 29 นะ ของพระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ลงไปผสมด้วย



กล่าวสำหรับพระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร เดิมชื่อ ศรีเงิน ชูศรี เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 ที่บ้านไผ่รอบ ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นบุตรคนสุดท้องของนายสุด ชูศรี และนางเฟื่อง ชูศรี หากมารดาได้เสียชีวิตตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ

ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนวัดดอนศาลาจนจบชั้นประถมปีที่ 4 ออกมาช่วยบิดาประกอบอาชีพ เมื่ออายุได้ 17 ปี บิดาได้เสียชีวิต ครั้นอายุได้ 21 ปี จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดดอนศาลา เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 มีพระพุทธิธรรมธาดา เจ้าอาวาสวัดสุวรรณวิชัยและรองเจ้าคณะจังหวัดพัทลุง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูกรุณานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอควนขนุน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูกาชาด (บุญทอง) เจ้าอาวาสวัดดอนศาลา เป็นพระอนุสาวนาจารย์

พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ได้ศึกษาร่ำเรียนวิชาในสายสำนักวัดเขาอ้อจากพระอาจารย์ปาล ปาลธมฺโม และพระอาจารย์นำ ชินวโร กล่าวได้ว่าพระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร เป็นศิษย์เอกของพระอาจารย์ปาล ปาลธมฺโม ซึ่งผู้เป็นอาจารย์ได้หมายมั่นจะให้เป็นเจ้าอาวาสวัดเขาอ้อสืบต่อ แต่ในสมัยนั้นทางคณะสงฆ์เข้ามามีบทบาทในการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดแล้ว หากผู้เป็นอาจารย์ทราบดีถึงความเปลี่ยนแปลงในทางการปกครองสงฆ์ จึงมิได้คาดหวังไว้มาก หากแต่หวังเพียงศิษย์จะสืบทอดวิชาความรู้ของสำนักวัดเขาอ้อให้ดำรงอยู่ตลอดไป

นอกจากนั้นพระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ยังได้ศึกษาความรู้ทางด้านแพทย์แผนโบราณกับพระครูพิพัฒน์สิริธร (คง สิริมฺโต) และยังร่ำเรียนวิทยาคมจากศิษย์ฆราวาส คือ อาจารย์เปรม นาคสิทธิ์ อีกด้วย

พระอาจารย์ศรีเงิน อาภาธโร ได้รับพระ ราชทานสมณศักดิ์ที่ "พระครูสิริวัฒนาการ"



Add to Google Reader or Homepage

-----------------------------------------


www.puistore.com



© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.